ข้อแนะนำการหาบริษัท รับสร้างบ้าน ที่ดี ที่เหมาะสมสำหรับคุณ


สร้างบ้าน คือหนึ่งสิ่งที่ใครหลาย ๆ คนตั้งเป้าหมายหลักในชีวิต ว่าสักครั้งหนึ่งอยากจะมีบ้านดี ๆ สักหนึ่งหลังในการสร้างครอบครัว หรือสร้างเพื่อให้ทุกคนในครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน หากจะสร้างบ้านด้วยตัวเองสักหนึ่งหลัง คงต้องพิจารณาหลาย ๆ องค์ประกอบด้วยกันไม่ว่าจะเป็นแบบบ้านที่จะสร้าง ทำเลที่ดินที่จะสร้าง รวมไปถึงวัสดุอุปกรณ์การสร้างบ้านที่ต้องดีและมีคุณภาพ และที่สำคัญต้องสมกับราคาที่สร้างไป เพราะฉะนั้นจะดีกว่าไหม หากเราสามารถสร้างบ้านได้ง่าย เพียงแค่จ้างผู้ดูแลแบบมืออาชีพ เพราะฉะนั้นแล้วในบทความนี้จะมาแนะนำ วิธีเลือกบริษัท รับสร้างบ้าน ที่ดีและเหมาะสมกับสไตล์ของคุณ   แนะนำวิธีเลือกบริษัท รับสร้างบ้าน ที่เหมาะสมสำหรับคุณ   อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่า ไม่ว่าใครก็ต้องการบ้านที่ตรงใจ และมีคุณภาพ แต่การเลือกบริษัทรับสร้างบ้านที่ดีควรจะต้องพิจารณาจากอะไรบ้าง ยังคงเป็นคำถามสำหรับผู้ที่กำลังจะสร้างบ้านทุกคน แต่ความกังวลนี้จะหมดไปหากคุณทำตามวิธีดังต่อไปนี้   1. ดูประวัติ และผลงานที่ผ่านมาของบริษัท   การค้นหาและคัดเลือกผู้รับเหมาสร้างบ้านที่มีมาตรฐานและดูน่าไว้วางใจ ด้วยการดูประวัติและดูผลงานการก่อสร้างที่ผ่านมาทั้งหมด โดยการค้นหาชื่อบริษัทจากในอินเทอร์เน็ต หรือสอบถามจากผู้ที่เคยสร้างบ้านว่ามีผู้รับเหมารายไหนสามารถไว้ใจได้บ้าง เพียงเท่านี้คุณก็จะได้ข้อมูลคร่าว ๆ ก่อนจะเริ่มพูดคุยรายละเอียดกับผู้รับเหมาที่น่าสนใจและรู้สึกจะเข้าท่าจริง ๆ และหากเป็นไปได้ให้คุณขอดูผลงานจากบริษัทโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพตัวอย่าง หรือการประชาสัมพันธ์ของบริษัทรับเหมา  2. ส่งแบบเพื่อขอใบเสนอราคา  หลังจากคุณหาบริษัทรับสร้างบ้านที่สนใจได้สัก 2-3 รายแล้ว สิ่งที่คุณทำต่อไปคือต้องแจ้งรายละเอียดการก่อสร้างและขอใบเสนอราคาจากผู้รับเหมา เพื่อให้ทราบมูลค่าการก่อสร้างทั้งหมดที่คุณต้องจ่าย ซึ่งอาจรวมถึงรายละเอียดและมาตรฐานของวัสดุที่ใช้ แล้วนำใบเสนอราคาทั้งหมดมาเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ   3. บริษัทต้องยื่นสัญญาให้โดยไม่ต้องขอ   โดยบริษัทรับสร้างบ้านที่มีคุณภาพจะเป็นผู้เสนอสัญญาจ้างให้คุณเอง ซึ่งในสัญญาต้องมีการระบุถึงกรอบระยะเวลาการก่อสร้าง วัสดุที่ใช้ การแบ่งชำระเป็นงวดตามความคืบหน้าของงาน มีเงื่อนไขการรับประกันงานก่อสร้าง และถ้ามีพาร์ทเนอร์ที่รับช่วงต่อในส่วนงานที่ผู้รับเหมาไม่ถนัด ก็ต้องระบุแจ้งในสัญญาด้วย  4. มาตรฐานที่แท้จริงอยู่ตรงที่ตอนเริ่มงาน   เมื่อเซ็นสัญญาแล้วอย่าคิดว่าทุกอย่างจะจบลง บริษัทที่ได้มาตรฐานที่แท้จริงจะเห็นได้เมื่อเริ่มงาน โดยบริษัทที่ได้มาตรฐานนั้น จะต้องวางแผนงานให้ทราบอย่างเป็นระบบ หากเป็นงานใหญ่ต้องส่งวิศวกรหรือสถาปนิกของผู้รับเหมามาให้การดูแลถึงหน้างาน และที่ขาดไม่ได้คือเอกสารค่าใช้จ่ายวัสดุ (Bill of Quantities หรือ BOQ) ที่แสดงให้เห็นถึงการใช้วัสดุและค่าใช้จ่ายระหว่างก่อสร้าง ซึ่งถ้าผู้รับเหมาตกมาตรฐานไหนไป คุณต้องเรียกเข้ามาคุยทันที   เมื่อการสร้างได้เริ่มดำเนินการไปแล้วนั้น การตรวจรับงานก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน ไม่ใช่แค่คนรับเงินมาเดินประกบคุณแล้วชี้ให้ดูโน่นนี่นั่นจากนั้นก็จบ คุณควรมีสถาปนิกหรือวิศวกรก่อสร้างที่มีความเชี่ยวชาญมาร่วมตรวจงาน โดยบริษัทรับสร้างบ้านต้องมีรายการตรวจรับงานอย่างชัดเจน หากมีอะไรที่ผิดจากที่เคยตกลงกันไว้บริษัทต้องพร้อมแก้ไขทันทีไม่มีข้อแม้ใด ๆ หรือหากจำเป็นจะต้องแก้ส่วนนั้นจริง ๆ ก็ควรบอกเหตุผลที่ชัดเจนตั้งแต่ตอนสร้าง และเมื่อตรวจสอบจนแน่ใจว่าบ้านของคุณสมบูรณ์แบบแล้ว คุณค่อยชำระเงินก้อนสุดท้ายเป็นอันจบงาน